ประกันชีวิต
ตลอดชีพ (โฮล ไลฟ์)vsเฉพาะกาล (เทอม 10/10)

ประกันชีวิตตลอดชีพ vs เฉพาะกาล ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

เทียบประกันชีวิตแบบตลอดชีพกับแบบเฉพาะกาลของอลิอันซ์ อยุธยา ทั้งระยะคุ้มครอง มูลค่ากรมธรรม์ ระดับเบี้ยต่อทุน และความเหมาะกับเป้าหมาย — ตลอดชีพคุ้มครองยาวมีเงินคืน ส่วนเฉพาะกาลเบี้ยถูกเน้นทุนสูงช่วงมีภาระ เลือกแบบไหนดี

อัปเดตล่าสุด: 24 มิถุนายน 2569

ภาพรวม

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) และแบบเฉพาะกาล (Term) ต่างก็ให้ทุนคุ้มครองชีวิตเหมือนกัน แต่ออกแบบมาคนละจุดประสงค์ — ตลอดชีพเน้นคุ้มครองยาวและสะสมมูลค่า ส่วนเฉพาะกาลเน้นทุนสูงในเบี้ยต่ำเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง

คำถามที่ช่วยตัดสินใจคือ “อยากได้ความคุ้มครองที่อยู่กับเราไปยาว ๆ พร้อมมีมูลค่าสะสม หรืออยากได้ทุนสูง ๆ ในช่วงที่มีภาระด้วยเบี้ยที่ถูกที่สุด”

ตารางเปรียบเทียบ

ตลอดชีพ (โฮล ไลฟ์)เฉพาะกาล (เทอม 10/10)
ระยะคุ้มครองยาวถึงอายุ 90/99 ปีเป็นช่วงเวลาแน่นอน (เช่น 10 ปี)
มูลค่ากรมธรรม์/เงินคืนมี ตามตารางกรมธรรม์ไม่มี (เบี้ยจ่ายทิ้ง)
ระดับเบี้ยต่อทุนสูงกว่า เพราะมีส่วนสะสมต่ำที่สุด ได้ทุนสูงในเบี้ยเท่ากัน
ระยะชำระเบี้ยยาว (เช่น 20–21 ปี)สั้นตามแบบ (เช่น 10 ปี)
แนบสุขภาพ/โรคร้ายแนบได้ (เหมาะเป็นสัญญาหลัก)แนบได้
เหมาะกับคุ้มครองยาว + มูลค่าสะสมเพิ่มทุนสูงช่วงมีภาระ ด้วยเบี้ยต่ำ

จุดเด่น & จุดที่ต้องพิจารณา

ตลอดชีพ (โฮล ไลฟ์)

คุ้มครองยาวถึงอายุ 90/99 ปี มีมูลค่ากรมธรรม์และเงินคืน เหมาะเป็นสัญญาหลักแนบสุขภาพ

จุดเด่น

  • คุ้มครองชีวิตระยะยาว ไม่สิ้นสุดเร็วเหมือนแบบเฉพาะกาล
  • มีมูลค่าเวนคืนและเงินคืนเมื่อครบสัญญาตามตารางกรมธรรม์
  • เหมาะเป็นสัญญาหลักเบี้ยประหยัดสำหรับแนบสุขภาพ/โรคร้ายระยะยาว

จุดที่ต้องพิจารณา

  • เบี้ยต่อทุนสูงกว่าแบบเฉพาะกาล เพราะมีส่วนสะสมมูลค่า
  • ชำระเบี้ยยาวกว่า (เช่น 20–21 ปี) ไม่ได้จบสั้น

เหมาะกับ

คนที่อยากได้ความคุ้มครองยาวพร้อมมูลค่าสะสม และใช้แนบสุขภาพ

ดูรายละเอียด ตลอดชีพ (โฮล ไลฟ์)

เฉพาะกาล (เทอม 10/10)

ทุนคุ้มครองสูงด้วยเบี้ยต่ำที่สุด คุ้มครองเป็นช่วงเวลาแน่นอน เหมาะคุมความเสี่ยงช่วงมีภาระ

จุดเด่น

  • ทุนคุ้มครองสูงในเบี้ยต่ำที่สุดในกลุ่ม เพราะเบี้ยเกือบทั้งหมดไปที่ความคุ้มครอง
  • เหมาะเป็น “เกราะเสริม” คุมความเสี่ยงช่วงภาระสูงพอดี เช่น ผ่อนบ้าน/ลูกยังเล็ก
  • เข้าใจง่าย ตัดสินใจเร็ว และแนบสุขภาพ/โรคร้ายเพิ่มได้

จุดที่ต้องพิจารณา

  • เป็นเบี้ยจ่ายทิ้ง ไม่มีมูลค่าเงินสดและไม่มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา
  • ความคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด ต้องวางแผนต่ออายุ/ทำใหม่หากยังต้องการคุ้มครอง

เหมาะกับ

คนที่อยากเพิ่มทุนคุ้มครองสูงด้วยเบี้ยต่ำเฉพาะช่วงที่มีภาระ

ดูรายละเอียด เฉพาะกาล (เทอม 10/10)

สรุป เลือกแบบไหนดี

เลือกแบบตลอดชีพ ถ้าคุณอยากได้ความคุ้มครองที่อยู่ยาวไปทั้งชีวิต มีมูลค่ากรมธรรม์และเงินคืนตามตาราง และตั้งใจใช้เป็นสัญญาหลักเพื่อแนบความคุ้มครองสุขภาพระยะยาว — เหมาะกับคนที่มองภาพการวางแผนแบบต่อเนื่อง

เลือกแบบเฉพาะกาล ถ้าคุณอยากได้ทุนคุ้มครองสูงที่สุดด้วยเบี้ยต่ำ เพื่อคุมความเสี่ยงเฉพาะช่วงที่มีภาระหนัก เช่น ระหว่างผ่อนบ้านหรือลูกยังเล็ก แล้วค่อยทบทวนใหม่เมื่อภาระลด หลายคนใช้สองแบบร่วมกัน — ตลอดชีพเป็นฐาน และเฉพาะกาลเสริมทุนช่วงสำคัญ ทีมที่ปรึกษาช่วยคำนวณทุนและจัดส่วนผสมให้พอดีได้ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ตลอดชีพกับเฉพาะกาลต่างกันตรงไหน

ตลอดชีพคุ้มครองยาวและมีมูลค่ากรมธรรม์/เงินคืนตามตาราง ส่วนเฉพาะกาลคุ้มครองเป็นช่วงเวลาหนึ่งแบบเบี้ยจ่ายทิ้ง ไม่มีมูลค่าเงินสด แต่ได้ทุนคุ้มครองสูงกว่ามากในเบี้ยเท่ากัน

งบจำกัดแต่อยากได้ทุนสูง ควรเลือกแบบไหน

แบบเฉพาะกาลตอบโจทย์กว่า เพราะเบี้ยเกือบทั้งหมดไปที่ความคุ้มครอง จึงได้ทุนสูงในเบี้ยต่ำ เหมาะกับการเพิ่มทุนช่วงมีภาระ เช่น ผ่อนบ้านหรือเลี้ยงลูกเล็ก

เฉพาะกาลครบสัญญาแล้วได้เงินคืนไหม

ไม่มีเงินคืนและไม่มีมูลค่าเงินสด เพราะเป็นแบบเน้นความคุ้มครองล้วน ๆ ในเบี้ยประหยัด ต่างจากตลอดชีพที่มีมูลค่ากรมธรรม์

เลือกทั้งสองแบบพร้อมกันได้ไหม

ได้ และเป็นแนวทางที่หลายคนใช้ — ใช้ตลอดชีพเป็นฐานคุ้มครองยาวพร้อมแนบสุขภาพ และใช้เฉพาะกาลเสริมทุนให้สูงพอในช่วงที่มีภาระหนัก ทีมงานช่วยจัดสัดส่วนให้เหมาะกับงบได้

ยังเลือกไม่ถูก

อ่านแล้วยังลังเลว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ? ให้ทีมที่ปรึกษาช่วยเทียบให้ตามอายุ เป้าหมาย และงบของคุณ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

ให้ช่วยคำนวณทุนและเลือกแบบที่เหมาะ ฟรี

อ่านต่อ / แผนที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เรียบเรียงโดย

สิริวัฒน์ อัครธนัยนันท์, FChFP

สิริวัฒน์ อัครธนัยนันท์, FChFP

ผู้จัดการภาคอาวุโส ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน

  • ประสบการณ์ด้านการวางแผนการเงินประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
  • ที่ปรึกษาด้านการวางแผนความคุ้มครอง การเกษียณ และการส่งต่อมรดก

อัปเดตล่าสุด: 24 มิถุนายน 2569

FChFP — Fellow Chartered Financial Practitioner