คำถามยอดฮิตหลังตัดสินใจทำประกันชีวิตคือ “แล้วควรทำทุนเท่าไรถึงจะพอ” — ทำน้อยไปก็กลัวไม่พอดูแลครอบครัว ทำมากไปก็กลัวเบี้ยหนักเกินจำเป็น
ความจริงคือไม่มีตัวเลขสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกคน แต่มีวิธีคิดที่ช่วยให้คุณประเมินทุนที่เหมาะกับภาระและเป้าหมายของตัวเองได้ บทความนี้สรุปหลักคิดที่ใช้กันบ่อยให้เข้าใจง่าย
ทำไมทุนประกันถึงสำคัญกว่าที่คิด
ทุนประกันคือ “เงินก้อน” ที่ครอบครัวจะได้รับเมื่อเสาหลักจากไป ถ้าทุนน้อยเกินไป เงินก้อนนั้นอาจประคองได้แค่ระยะสั้นแล้วครอบครัวก็กลับมาเผชิญปัญหาเดิม การเลือกทุนจึงสำคัญพอ ๆ กับการเลือกแบบประกัน
เป้าหมายของการกำหนดทุนคือ ให้เงินก้อนเพียงพอที่จะดูแลคนข้างหลังได้ตามที่คุณตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตต่อ การปิดหนี้ หรือการเรียนของลูก
วิธีคิดที่ 1: หลัก DIME
DIME เป็นกรอบคิดที่จำง่าย โดยรวมสี่ก้อนหลักที่ครอบครัวต้องแบกถ้าคุณไม่อยู่ เข้าด้วยกัน
- D — Debt (หนี้สิน): หนี้ทั้งหมดที่ยังค้างอยู่ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนรถ
- I — Income (รายได้): รายได้ของคุณที่ครอบครัวต้องใช้ต่อ คูณด้วยจำนวนปีที่อยากให้เงินก้อนประคอง
- M — Mortgage (ที่อยู่อาศัย): ยอดผ่อนบ้านที่เหลือ เพื่อให้ครอบครัวมีที่อยู่โดยไม่ต้องกังวล
- E — Education (การศึกษา): ค่าเล่าเรียนของลูกจนจบตามที่ตั้งใจ
วิธีคิดที่ 2: ทดแทนรายได้เป็นจำนวนปี
อีกวิธีที่เข้าใจง่ายคือถามว่า “ถ้าไม่มีเรา ครอบครัวต้องใช้เงินปีละเท่าไร และอยากให้เงินก้อนประคองได้กี่ปี” แล้วนำสองตัวเลขมาคูณกัน เช่น พอประคองให้ครอบครัวตั้งหลักได้จนลูกโตหรือคู่ครองกลับมายืนได้
จากนั้นหักสิ่งที่มีอยู่แล้วออก เช่น เงินเก็บ สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และทุนประกันที่มีอยู่เดิม ส่วนที่ขาดคือทุนประกันที่ควรเพิ่ม
ทำทุนสูงแต่เบี้ยไม่บานปลายได้ไหม
ได้ — โดยเฉพาะถ้าใช้แบบเฉพาะกาล (Term) ที่ออกแบบมาให้ทุนคุ้มครองสูงด้วยเบี้ยที่ประหยัด เหมาะกับช่วงที่ภาระยังเยอะ เช่น ผ่อนบ้านและลูกยังเล็ก
หลายคนใช้วิธีผสม — ใช้แบบเฉพาะกาลเติมทุนคุ้มครองให้ถึงระดับที่ต้องการในช่วงภาระสูง และเสริมแบบตลอดชีพหรือสะสมทรัพย์เป็นฐานระยะยาว ทีมที่ปรึกษาช่วยจัดสัดส่วนให้พอดีกับงบได้
คำถามที่พบบ่อย
มีสูตรตายตัวว่าทุนควรเป็นกี่เท่าของรายได้ไหม
มีหลักคิดที่พูดถึงกันบ่อยว่าทุนควรเป็นหลายเท่าของรายได้ต่อปี แต่ตัวเลขที่เหมาะจริง ๆ ขึ้นกับหนี้สิน จำนวนคนที่ต้องดูแล และเป้าหมายของแต่ละคน จึงควรประเมินจากภาระจริงมากกว่ายึดตัวคูณเดียว
ถ้ามีประกันกลุ่มจากที่ทำงานแล้ว ต้องทำเพิ่มไหม
ประกันกลุ่มช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ทุนมักไม่สูงพอครอบคลุมภาระทั้งหมด และจะหายไปเมื่อออกจากงาน จึงควรนับเป็นฐานแล้วประเมินส่วนที่ยังขาดเพิ่มเติม
ควรทบทวนทุนประกันบ่อยแค่ไหน
ควรทบทวนเมื่อชีวิตเปลี่ยน เช่น แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน รายได้เพิ่มขึ้นมาก หรือปลดหนี้ก้อนใหญ่ เพราะภาระที่เปลี่ยนทำให้ทุนที่เหมาะสมเปลี่ยนตาม
ทำทุนสูงเบี้ยจะแพงมากไหม
ไม่เสมอไป แบบเฉพาะกาลให้ทุนสูงด้วยเบี้ยที่ประหยัดกว่าแบบมีมูลค่าสะสม จึงเหมาะกับช่วงที่อยากได้ความคุ้มครองสูงแต่ยังคุมงบ ทีมงานช่วยจัดแบบให้พอดีกับงบได้
อ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ? ให้ทีมที่ปรึกษาช่วยดูให้ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
ให้ช่วยคำนวณทุนที่เหมาะกับคุณ ฟรี